11/15/2560

เหตุผลที่เลือกไปเรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี

อันยองฮาเซโย แอดมิน “ทุกการเดินทางมีความลับ” เองนะคะ ก่อนอื่นแนะนำตัวก่อน เราอายุ 23 ปีเนอะ เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ฉบับใหม่แกะกล่อง วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี ก่อนที่จะลืมรายละเอียดเลยมาขออัพไว้ก่อน ซึ่งประเด็นในวันนี้คือ “ การสมัครเรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี(ม.ยอนเซ)” นั่นเอง โดยการสมัครด้วยตัวเองนะคะ ไม่ผ่านเอเยน เอ้ย เอเจนซี่ใดๆ วันนี้จะอยากมาแนะนำและเป็นแนวทางสำหรับคนที่อยากเรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลีค่ะ



เหตุผลที่มาแนะนำ
          เนื่องจากเราได้ผ่านมรสุมเขตร้อนมาอย่างหนักหน่วง อารมณ์แบบว่าจะสมัครแต่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมเอกสารก่อนสมัคร เลยยุ่งยากพอควร โดนทางม.ให้ส่งเอกสารเพิ่มเป็นระยะๆ เลยต้องการที่จะมาแนะนำและแล้วทางเพื่อคนที่สนใจได้ทำแบบรวดเร็ว ไม่ต้องปวดหัวแบบเรา (ฮรือ) 

เหตุผลที่เลือกจะไปเรียน
เหตุผลที่ไปเรียนขอบอกเป็นข้อๆ เข้าใจง่ายๆ ละกันค่ะ

1. เราชอบภาษาเกาหลีอยู่แล้ว แล้วเมื่อตอนช่วงปีหนึ่งก็ได้เรียนภาษาเกาหลีเบื้องต้นไปแล้วในไทยค่ะ ได้ระดับหนึ่งพอคุยกับคนเกาหลีรู้เรื่อง เลยอยากจะไปต่อยอดเรียนให้เก่งขึ้นและหาประสบการณ์ให้ตัวเอง ก่อนที่ตัวเองจะหมดไฟในการเรียนรู้ (  แต่ตอนนี้ก็ทำงานอยู่นะคะ จนกว่าจะไปเรียนนั่นแหละ )

2. อยากได้ภาษาเกาหลีแบบพูดฉอดๆ มีความคิดว่าถ้าได้ภาษาใดสักภาษาหนึ่งแล้วน่าจะต่อยอดแล้วเป็นหนทางดีๆ ในอนาคต

3.บอกก่อนเลยว่าเราติดบ้าน ติดพ่อ ติดแม่ ติดพี่มาก ตั้งแต่เรียนไม่เคยห่างไกลจากบ้านโดยแบบฉายเดี่ยวเลยได้ถูกส่งไปเรียนนี่เองจ้า (ไปทำอะไรด้วยตัวเองซะไป๊)

 เอาเป็นว่าเหตุผลแค่นี้ก็เกินพอแล้วค่ะ  5555555

ทำไมถึงเลือกเรียนที่ยอนเซ
ชอบค่ะ ชอบล้วนๆ  ชอบทั้งตัวมหาวิทยาลัยและอยากเรียนหลักสูตรแบบแน่นๆ เลยค่ะ  จริงๆ แม่กับพี่อยากให้ไปเรียนยอนเซค่ะ เลยเลือกไป แต่คนรอบตัวบอกไปเรียนซอกังสิ ได้พูดเก่งๆ แต่สุดท้ายก็เลือกยอนเซนี้แหละค่ะ เราจะพูดเก่งไปเองถ้ามีความกล้าจะไปคุยกับคนเกาหลี (ถึงเวลาต้องแบบไฟล์ทบังคับ)

มาดูขั้นตอนการสมัครเรียนภาษาเกาหลีที่มหาวิทยาลัยยอนเซกัน!!!!


 

10/24/2560

พาเที่ยวหมู่บ้านเทพนิยาย Donghwa Village (동화마을) ในเมืองอินชอน





Fairy Tale Village หรือหมู่บ้านเทพนิยาย (Donghwa Village) ที่ Songwol-dong ในเมืองอินชอน เป็นถนนเส้นเล็กๆ แต่น่าเดินถ่ายรูปมาก เนื่องจากถนนเส้นนี้ เต็มไปด้วยบ้านที่มีการเพนท์กำแพงหลากหลายสีสันเต็มผนังบ้าน ทั้งกำแพงและทางเดินต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกราวเหมือนอยู่ในโลกของเทพนิยายสุดโด่งดัง รวมถึงการ์ตูนดิสนีย์ ไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์แพน อลาดิน หนูน้อยหมวกแดง จากหมู่บ้านที่เคยเงียบเหงากลับกลายเป็นหมู่บ้านที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวเกาหลีเอง หรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติได้อย่างมากมาย


แม้จะเป็นเพียงแค่ถนนเส้นเล็กๆ แต่ก็ยังคงมีหลายจุดให้ได้ไปแชะ และถ่ายรูปกันอย่างไม่เบื่อเลยค่ะ








ซึ่งแน่นอนเลยว่า สำหรับการเดินทางก็ง่ายๆ ใครที่ไป china town อยู่แล้วก็เดินเลยไปอีกนิด ก็จะเจอหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ที่ปลายทางเลยค่ะ เรียกได้ว่าใครไปได้ถึงสองต่อเลย คุ้มมากๆ เพราะแค่สองที่นี้ก็ถ่ายรูปกันเพลินแล้ว


 การเดินทาง : จากสถานี อินชอน(Incheon Station) ที่ทางออก 2หรือ 3 เดินเลยไปจาก china town (ดูภาพใหญ่คลิกที่รูป) 


10/06/2560

(cute zone) collection love mingo from Daiso


 love mingo from Daiso




ายหวาน สายฟาร์มิงโก สายสีชมพูจะต้องดิ้นกับเซต FARMINGO จากไดโซะกันแน่ๆ เพราะวันนี้ความลับจะมาแนะนำ เซตโดนใจ๊โดนใจ จาก daiso korea กันค่าา ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไปส่องกันก่อนเลย


 ไม่ใช่แค่ของมุ้งมิ้งอย่างเดียวนะคะ..แต่ในส่วนของอินทิเรียและการตกแต่งบ้านก็มาด้วย ทั้งนาฬิกา ผ้าปูที่นอน ลายประตู ย่อมมาหมด



 อย่ารังแกคนที่ไม่มีเงินด้วยคำว่าน่ารักเลย อ่ะไม่ใช่ อันนี้ก็คือในส่วนของเซต mingo จากไดโซะจ้า เห็นสวยงามแบบนี้ ความลับมีเรื่องจะบอกว่า "ของที่ไดโซะไม่ได้แพงอย่างที่คิดเลยค่ะ" ที่ไดโซะเกาหลีเขาขายของในราคาเริ่มต้นที่ 1000 won เท่านั้นเอง (หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 30 บาท) แต่ที่ไทยก็ เริ่มต้นด้วย 60 บาท เห็นมั๊ยมันคุ้มมมมม

แก้วและจานมิงโกจ้า

มาดูในส่วนของพวก stationary เครื่องเขียนกันหน่อยดีกว่า คาดว่าจะเป็นราคาที่เข้าถึงง่ายกันสุดๆ แล้ว  เพราะเริ่มต้นที่ 1000 วอนค่ะ อย่างเซตเครื่องเขียนของตกแต่งไดอารี่ก็ถูกมากๆ


จบท้ายด้วยตุ๊กตายอดฮิตที่สุดในเซตนี้ ตุ๊กตาฟาร์มิงโกอยู่ที่ราคา 5000 won ค่ะ คือแบบมันดีมันเก๋ และมาเป็นพร็อพถ่ายภาพแบบเกาหลีๆ ได้  

 เป็นไงบ้างคะ เงินในกระเป๋าสั่นคลอนกันบ้างรึเปล่า ใครที่ชอบก็ไม่ควรพลาดเลยน้า ทั้งนี้ทั้งนั้นไดโซะเกาหลีก็ออกคอลเลคชั่นมาบ่อยและเรื่อยๆ ซึ่งยอมรับตรงนี้เลยค่ะ ว่าน่าสะสมทุกคอลเลคชั่น