แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี แสดงบทความทั้งหมด

9/06/2561

เรียนภาษาเกาหลีที่ยอนเซ เป็นอย่างไร เรียนยังไง + กฏหินยอนเซ




เรียนภาษาเกาหลีที่ยอนเซ เป็นอย่างไร แตกต่างกับที่อื่นมากมั้ย? ตอบเลยค่ะว่า เราไม่ทราบว่าต่างจากที่อื่นมั้ย เพราะไม่เคยไปเรียนของที่อื่น ในส่วนนี้คือเราจะบอกของการเรียนภาษาเกาหลีที่ม.ยอนเซเท่านั้นนะคะ


1. ระบบการเรียนการสอน 
    การเรียนการสอนที่นี่ต่อภาคเรียนจะมีอาจารย์ 2 คน คืออาจารย์ที่สอนแกรมม่า การเขียน และอาจารย์ที่สอนการอ่านและพูด ซึ่งในส่วนนี้อาจารย์จะสลับกันมาพาร์ทเช้า 2 ช่วง กับพาร์ทบ่าย 2 ช่วงค่ะ
ในทุกๆ เลเวลจะมีกิจกรรมให้ทำ และมีส่วนร่วมกันแบบทั้งห้องด้วยค่ะ 

2. เวลา
การเรียนเริ่มต้นที่ 09:00 น. - 13:00 น. ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แบ่งออกเป็น 4 คาบเรียน พักช่วงละ 10 นาที และคาบกลางพัก 20 นาที  

3. การสอบ
การสอบที่นี่แบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 พาร์ทค่ะ  คือ
-     การพูด ( 말하기) สนทนาจดจำหน้าห้องหรือบางครั้ง จะเป็นให้เราเขียนก่อนแล้วออกไปพูดแล้วแต่เลเวล บางกึบเป็นจับคู่พาร์ทเนอร์ ได้พาร์ทเนอร์ดี ขยัน มีชัยไปกว่าครึ่งเด้อ   นอกจากนี้ยังมีสอบพูดที่เป็นการ สอบสัมภาษณ์ตัวต่อตัวกับอาจารย์ที่เรียนด้วยค่ะ โดยการสอบพูดต้องนำแกรมม่าที่เรียนมาทั้งหมดพยายามมาตอบให้ได้มากที่สุดถึงจะได้คะแนนเยอะๆ ค่ะ  

การอ่าน (일기) ข้อสอบในหนังสืออิลกีจากในหนังสือที่เรียน และเนื้อหาจากข้างนอกตอบเป็นชอยส์ค่ะ   นอกจากนี้ยังมีการสอบอ่านด้วยการใช้สำเนียง(발음) อีกด้วย


- การเขียน (쓰기)  ซึ่งในส่วนนี้จะรวมแกรมม่าที่เรียนมาและการเขียนเป็นบทความตอบแบบessay ด้วยจ้า โดยจะแบ่งเรื่องมาให้สองเรื่องให้เลือกและที่สำคัญต้องนำแกรมม่าที่เรียนมามาเขียนค่ะ

- การฟัง (듣기)  อย่างที่บอกเป็นการฟังค่ะ มีกระดาษเป็นชอยส์รวมถึงให้เขียนตอบให้ จากการฟังแผ่นซีดีที่ทางอาจารย์จะเป็นคนเปิดให้ ข้อละ 2 รอบเท่านั้น ฟังไม่ทันก็ข้ามไปนะคะ อย่าจมอยู่กับข้อที่คิดไม่ได้ ไม่งั้นรวมแน่ๆค่ะ 




4. ที่ยอนเซเขาไม่ได้เน้นพูดเท่าซอกังหรอคะ?
ในส่วนนี้เราไม่รู้ว่าซอกังเรียนยังไง แต่ได้ยินมาว่ามีเกมให้เล่น แบ่งเป็นกลุ่มเลยแลกเปลี่ยนการพูดกันบ่อยมากๆ ซึ่งทางยอนเซจากเป็นที่คุ้นหูมาว่า เน้นแกรมม่า ซึ่งเป็นเรื่องจริงค่ะ ใครมาเรียนที่นี่แกรมม่าแน่นมากกกกกก คือจบไปเก่งเลยค่ะ  ส่วนการพูดไม่ใช่ว่าที่นี่ไม่เรียนนะคะ เรียนเหมือนกันค่ะ ซึ่งเราบอกเลยว่าการพูด อยู่ที่ตัวเราเองล้วนๆ !  ถ้าคุณไม่กล้าที่จะพูดลองผิดลองถูกก็จะคือจะไม่ค่อยได้นำมาใช้ พยายามคุยกับเพื่อนต่างชาติเยอะๆ และจำกับตัวเองไว้ว่าห้ามนำภาษาอังกฤษมาใช้ค่ะ ใช้แต่ภาษาเกาหลีเท่านั้น และพูดบ่อยๆ เมาท์ไปเรื่อยๆ เวลาอาจารย์ถามก็ตอบค่ะ  และพูดจะเก่งขึ้นเยอะมากๆค่ะ ส่วนสำเนียงนั้น พอเราอยู่ที่เกาหลีเราก็จะได้ฟังคนรอบข้างอยู่เรื่อยๆ และเราก็จะชินไปเองค่ะ  

กฏหินของยอนเซ!!ไม่ปฏิบัติตามมีสิทธิ์ไล่ออก

1.  การให้คะแนนนั้น ดยการสอบทั้งหมดแต่ละพาร์ท ห้ามต่ำว่า 60 คะแนน(แต่ละครั้ง) หรือถ้าต่ำกว่า ปลายภาคต้องทำให้คะแนนได้ดีค่ะ  ทั้งกลางภาคและปลายภาค โดยเขาจะเฉลี่ยคะแนนค่ะ ถ้าต่ำกว่าและตกหนึ่งอันจะมีการซ่อมเกิดขึ้นค่ะ (เสียเงินเพิ่ม10,000won) แต่ถ้าตกสองพาร์ทขึ้นไป เรียนใหม่เลยเจ้าาา  ซ้ำชั้นนั่นเอง #อะไรมันจะโหดสัสรัสเซียขนาดเน้

80% = Midterm 40% + Final 40% - (Speaking 25% / Listening 25% / Reading 25% / Writing 25%) 
20% = Class participation, comprehension, pronunciation, intonation, etc.

2.หากสอบตกเกิน 2 ครั้ง/เลเวล ยอนเซจะไม่อนุญาตให้เรียนกับสถาบันต่อแล้วค่ะ จะถูกไล่ออกเลยค่ะ (ในส่วนนี้ไม่สามารถเรียนต่อได้แล้วน้า)

3. การเรียนห้ามขาดสอบ และห้ามขาดเกิน 40 ชั่วโมง (ถือว่าปรับซ้ำชั้น)  การนับเวลาจะเริ่มนับทุกๆชั่วโมงของแต่ละพาร์ท หากมาสายเกิน 15 นาทีจะถูกปรับเป็น 1 ชั่วโมง และหากไม่เกินถ้าถึง 3 ครั้งจะถูกปรับเป็น 1 ชั่วโมงค่ะ






จบการรีวิวเท่านี้จ้า ใครมีคำถามอะไร หรืออยากรู้อะไร ถามได้ที่ทวิตเตอร์หรือบทความนี้เลยค่ะ








3/08/2561

การสอบทดสอบระดับก่อนเข้าเรียนที่ยอนเซ! + ปฐมนิเทศ


เกริ่นกันสักหน่อยจากบทความก่อนๆ หน้านี้ ว่าเราจะไปเรียนภาษาที่ยอนเซ ตอนสมัครเรียนเราก็เลือกทดสอบระดับภาษาก่อน ค่อยให้เขาจัดให้ไปในคอร์สที่เหมาะสมค่ะ โดยการสอบเขาก็จะแจ้งเรามาว่าสอบวันไหน เมื่อไหร่อะไรยังไง ทางเมลหลังจากการจ่ายเงินเรียบร้อยค่ะ 

พอถึงวันสอบก็เดินไปที่ตึกก่อนเวลาสักหน่อยค่ะ เพราะเขาจะให้เข้าไปในห้องรวมก่อน ถึงจะประกาศห้องที่ต้องใช้ในการสอบจริงๆ  โดยการสอบแบ่งออกเป็นสองประเภท คือสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์  ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ห้องที่ใช้สอบมีคนประมาณ 10 คนค่ะ แซมก็แจกข้อสอบมาให้เขียนชื่อ และวันเกิด แล้วก็ลงมือทำค่ะ ระหว่างนั้นเขาจะก็เรียกไปสัมภาษณ์ทีละคนที่ห้องตรงข้าม



ว่าด้วยเรื่องข้อสอบ
ในส่วนของข้อสอบเขียนและกานั้น จะเริ่มตั้งแต่ระดับง่ายไปจนถึงยากค่ะ ข้อสอบมีทั้งหมด 100 กว่าข้อ ให้เวลาแค่ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งในระหว่างนั้นก็จะถูกเรียกสัมภาษณ์แบบทยอยกันไปเดี่ยวๆ ข้อสอบเป็นแบบเลือกช็อยส์และก็ถามตอบเป็นประโยค ข้อแรกๆ สำหรับคนที่เรียนหรือมีพื้นฐานมาแล้ว ก็ง่ายมากเลยค่ะ แบบตอบได้อย่างไว พอหลังๆ เริ่มไต่ระดับความยากไปเรื่อยๆ จนต้องเกาหัว หลังกว่านั้นก็จ้ำจี้มะเขือเปาะแปะแล้วค่ะ เอาจริง คือมันเลเวลสูงมาก เจอไปถึงขั้นสบถว่า “อะไรวะ!!” บางอันแปลคำถามออกแต่อันที่เป็นคำตอบไม่รู้ศัพท์ คือมันยากมากสำหรับเรา คือที่ใครทำได้หมดก็ไม่ต้องมาเรียนแล้วอะ เทพแล้ว 555555 

ในส่วนของการสอบสัมภาษณ์นั้น .. เข้าไปก็ทักทายสวัสดีตามธรรมเนียม เขาก็พูดขึ้นด้วยภาษาเกาหลีเลยค่ะ แล้วคำถามก็แล้วแต่คนโดนค่ะ ไม่มีฟิคตายตัว อย่างของเราก็ถามประมาณว่า มาจากไหน ทำไมเรียนภาษาเกาหลี  มาอยู่นี่ครอบครัวไม่เป็นห่วงหรอ ? แล้วทำไมเขาต้องเป็นห่วง (เอ้าาาาแกร๊) แล้วเป็นห่วงเขาทำยังไงหรอ เรียนแล้วจะเอาไปทำอะไร บลาๆ ประมาณ 10 นาทีก็เสร็จค่ะ อันนี้ไม่ยาก เหมือนแบบเขาพยายามถามตอบไปเรื่อยๆ เราก็ตอบจนได้นั่นแหละ (ง่ายกว่าข้อเขียนอีกเว้ย)


พอสัมภาษณ์เสร็จเข้าไปทำข้อเขียนที่เหลือ ณ ตอนนั้นแหละ มั่วแหลก เพราะมันไม่ได้แล้วจริงๆ พอเสร็จก็ลุกออกมาไปหาข้าวกินที่โรงอาหารม.ยอนเซค่ะ ดีงามพระรามแปด ไว้มารีวิวอีกรอบนะ (ทวงได้ 5555)


ปฐมนิเทศนักเรียน

พอสองวันต่อมาก็ปฐมนิเทศค่ะ ไม่ได้ห่างกับวันสอบวัดระดับเท่าไหร่ และที่สำคัญ !!!! ที่บอร์ดนางมีประกาศผลสอบวันก่อนแล้วจ้า  !!!! มีความไล่ดูตั้งแต่เลเวลหนึ่ง ปรากฏว่าเลเวลนี้ไม่มี กรี้ดแตกกก แต่ไปอยู่เลเวลสองแทนค่ะ (ก็ยังดี ลดค่าเทอมค่าหนังสือไปตั้งเดือนหนึ่งค่ะ) เย้เย้ !

ในส่วนตอนปฐมนิเทศนั้น ไม่มีอะไรมาก เขามีหนังสือขั้นตอนต่างๆ ให้ไว้หน้าห้องและเข้าไปในห้องประชุม ซึ่งความจริงแล้วในห้องประชุมไม่มีอะไรเลยค่ะ (ไม่ต้องไปก็ย่อมได้) เขาแค่พูดซ้ำเหมือนในหนังสือ ซึ่งค่อนข้างน่าเบื่อระดับนึง  ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงก็แยกย้ายค่ะ ส่วนของเรานั้นไปซื้อหนังสือค่ะ ซึ่งหนังสือแพงมากเวอร์ ราคา 90,000 วอนตีค่าไทยแล้วเกือบๆ สามพันบาท ขอหนีไปร้องไห้แปป 


หากมีอะไรสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่อีเมล alljourneys.havesecret@gmail.com และช่องทางการติดต่อที่แท็บบล็อกด้านบนนะคะ






1/11/2561

วีซ่านักเรียน D4 เรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี



เมื่อเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย ทางเกาหลีส่งเอกสารการสมัครเรียนมาให้ถึงไทยแล้วค่ะ หลังจากได้รับแล้วก็เตรียมตัวไปขอวีซ่านักเรียนกันเลยดีกว่า ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า วีซ่านักเรียนของเกาหลีมี 2 ประเภท ได้แก่

D-2 : Regular Educational Program

ไม่ว่าสมัครเรียนระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ก็จะใช้วีซ่าประเภทนี้เหมือนกันหมด วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้อยู่ในประเทศเกาหลีได้ 1 ปี

D-4 : General Student Visa


อนุญาตให้อยู่ในประเทศเกาหลีใต้ได้ 6 เดือน สามารถต่ออายุได้ในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งต้องนำหลักฐานจากสถานศึกษาไปยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ซึ่งบอกเลยว่าใครที่ไปเรียนคอร์สภาษาสามารถยื่นขอวีซ่า D4 ได้เท่านั้นค่ะ

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่า D4 
 เอกสารดังต่อไปนี้สำหรับผู้ที่ถือพาสปอร์ตสัญชาติไทยเท่านั้นนะคะ
  1. แบบฟอร์มขอวีซ่า ติดรูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว 1 รูป (พื้นหลังสีขาว อายุไม่เกิน 6 เดือน) ในส่วนนี้สามารถดาวโหลดแบบฟอร์มได้ที่ > แบบฟอร์มการขอวีซ่า (กรอกให้ครบทุกช่องเท่าที่กรอกได้และเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น) หรือใครจะไปกรอกที่สถานทูตเลยก็ได้ค่ะ (แต่จะเสียเวลา)
  2. พาสปอร์ต และสำเนา 1 ชุด (ในการเดินทางเข้าประเทศเกาหลี และการขอวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีหนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน)
  3. ใบรับรองการเป็นนักเรียนภาษาอังกฤษ ( เอกสารต้นฉบับ) และ ทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษ ( เอกสารต้นฉบับ)
  4. หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากของนักเรียนหรือผู้ปกครองจากธนาคารของไทย (ภาษาอังกฤษและออกโดยธนาคาร) และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากทุกหน้า * อย่างน้อย 6 เดือน * ในกรณีใช้บัญชีเงินฝากของผู้ปกครองจากธนาคารของไทย ผู้สมัครต้องแนบสำเนาพาสปอร์ต หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครองและสำเนาสูติบัตรหรือทะเบียนบ้าน
  5. หนังสือตอบรับการเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยของประเทศเกาหลี(ฉบับจริงที่ส่งมาจากม.)
  6. ใบรับรองผลการตรวจวัณโรค (Tuberculosis) ภาษาอังกฤษ จากโรงพยาบาลที่กำหนด ( มีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2559) สามารถดูรายชื่อรพ. ได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ รายชื่อรพ.สำหรับตรวจวัณโรค

ซึ่งสำหรับผู้ที่สมัครเรียนคอร์สภาษาจากมหาวิทยาลัยยอนเซนั้น ได้รับข้อยกเว้นเอกสารและใช้เอกสารเพียงแค่ ข้อ 1 , 2 , 5 และ 6 เท่านั้น !!


หลังจากที่เอกสารทุกอย่างพร้อมเราก็ได้ฤกษ์ไปยังสถานทูตเกาหลีกันเลยค่ะ 
ก่อนไปเตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อม สำหรับแบบฟอร์มกรอกไว้ก่อนจะดีมากค่ะ จะได้รวดเร็วทันใจ



 เมื่อไปถึงสถานทูตเกาหลี
  
  1.  กรอกให้เสร็จก่อน แล้วค่อยเข้าไปกดบัตรคิวหมายเลข 1 และนั่งรอค่ะ 
  2. เมื่อถึงหมายเลขเราก็ยื่นเอกสารที่เราเตรียมมา (สามารถยื่นเอกสารทั้งหมด ก่อนเวลา 11.00 น. วันจันทร์ – ศุกร์, ยกเว้นวันหยุดราชการเท่านั้น)
  3.  เสร็จแล้วเขาจะให้ใบที่เป็นวันนัดรับวีซ่ามาค่ะ  (ระยะเวลาประมาณ 3-4วันไม่นับเสาร์อาทิตย์)
  4. คนไทยไม่เสียค่าธรรมเนียมค่ะ
 
วันนัดรับวีซ่าD4 สถานทูตเกาหลี


และแล้วก็ถึงวันนัดรับวีซ่าแล้วค่ะ  เราสามารถไปวันที่เขานัดรับค่ะ  ซึ่งเราไม่โดนสัมภาษณ์นะคะ ส่วนใหญ่ผู้ถือวีซ่านักเรียนจะไม่ค่อยโดนสัมภาษณ์ค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเอกสารจริงๆ

เวลาในการรับวีซ่า
13.30 – 16.00 น.
- ใช้เวลา 4 วันทำการในการพิจารณาเอกสารขอวีซ่าทั่วไป
- ใช้เวลา 3 วันทำการในการออกวีซ่า สำหรับผู้ที่มีเลขวีซ่ามาแล้ว

 ขั้นตอนการรับวีซ่า
  1. เมื่อไปถึงก็กดบัตรคิวหมายเลข 1 จ้า 
  2. นั่งรอสักพัก เมื่อถึงคิวเราก็ยื่นแผ่นใบนัดรับ เขาก็จะส่งพาสปอร์ตคืนมาให้ค่ะ 
  3. เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กลับบ้านได้ เย้!
 

 บทความอื่นเกี่ยวกับการไปเรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี

วิธีการสมัครเรียนภาษาเกาหลีที่ยอนเซ > คลิก
เหตุผลที่เลือกไปเรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี  > คลิก 
การโอนเงินค่าเรียนไปมหาลัยที่เกาหลี  > คลิก


 
 
หากมีอะไรสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่อีเมล alljourneys.havesecret@gmail.com และช่องทางการติดต่อที่แท็บบล็อกด้านบนนะคะ




 
 

11/28/2560

การโอนเงินค่าเรียนไปมหาลัยที่เกาหลี




หลังจากสมัครเสร็จแล้วและทางยอนเซก็ให้เลขบัญชี invoid มา เราก็ทำการปริ้นให้เรียบร้อยนะคะ เพราะใบนี้ต้องเป็นข้อมูลในการไปกรอกเอกสารที่ธนาคารตอนจะโอนเงินไปค่ะ 


เนื่องจากเราสมัคร 2 เทอมจึงได้เลข swift code มาสองใบไม่เหมือนกันค่ะ ใบแรกจะเสียค่าสมัครเพิ่มอีก 80,000 วอน ส่วนใบของเทอมที่ 2 จะไม่เสียค่าสมัคร แต่ยอนเซสามารถให้จ่ายค่าเทอมพร้อมกันได้โดยใช้โค้ดใบแรก เพราะฉะนั้นถ้าใครมีเงินพร้อมอยู่แล้วแนะนำให้จ่ายพร้อมกันเลยค่ะ จะได้เสียค่าธรรมเนียมทีเดียว 

เราเลือกธนาคารกรุงไทยในการโอนเงินไปต่างประเทศ

ตอนแรกตั้งใจจะโอนเป็นเงิน USD ไปแต่ทางธนาคารบอกว่า ใบที่ปริ้นมาให้เป็นสกุลเงินเกาหลี ต้องโอนเป็นเกาหลีนะคะ เราก็ตอบไปว่า ก็ได้ค่ะ เขาก็คำนวนให้เสร็จสรรพ ตอนบอกเจ้าหน้าที่แนะนำบอกเขาว่าให้รวมเงินและโอนไปในโค้ดแรกเลยด้วยนะคะ ไม่งั้นพี่เขาจะเข้าผิดคิดว่าโอนอย่างละใบ


การโอนเงินเราเสียค่าธรรมเนียมไปทั้งหมด 1200 บาทค่ะ (บอกจนท.ด้วยว่าโอนแบบเราเป็นคนจ่ายค่าธรรมเนียมฝั่งนู่นเอง) เพราะว่า ยอนเซจะไม่ออกเงินค่าธรรมเนียมเองค่ะ  หลังจากนั้นเขาก็ตีราคาเป็นเงินไทยให้ สรุปเรทที่เราได้ประมาณ 0.031 กว่าซึ่งสำหรับถือว่าไม่แพง เป็นราคามาตารฐานโชคดีหน่อย

จริงๆแล้วเราไม่รู้ว่าสาขาอื่นหรือพวกในตัวเมืองไรงี้จะได้ใบเสร็จการโอนมาเลยมั้ย แต่ของเราเขาบอกให้รอระหว่างโอน 7-10 วัน แล้วเขาก็ให้ใบสลีฟแบบไม่ใช่ตัวจริงมาก่อนค่ะ


หลังจากนั้นผ่านไปวันเดียว ทางธนาคารกรุงไทย (สาขาใหญ่) ก็เมลมาค่ะ ด้วยการส่งใบเสร็จตัวจริงมาให้ (ตอนแรกบอกหลายวัน) รวดเร็วทันใจจริงๆ

- เราก็นำเอกสารที่เขาเมลมา เพื่อแนบไฟล์แจ้งเมลส่งไปทางยอนเซค่ะ โดยมีหมายเหตุว่า จ่ายพร้อมกันสองเทอมนะแค่นี้ก็เรียบร้อยค่ะ รอเขาตอบกลับมาอีกที (ประมาณไม่เกิน 2 อาทิตย์)

อุปสรรคไม่หมดแค่นั้นจ้า ...
เพราะทันทีที่ทางยอนเซได้รับเงินเรียบร้อย เขาก็แจ้งมาว่า เนื่องจากช่วงที่รับค่าเงินเกาหลีมีความเปลี่ยนแปลง จึงต้องจ่ายเงินเพิ่ม! (omg) คิดในใจต้องโอนและเสียค่าธรรมเนียมอีกทีมั้ย

สรุปนะคะ

- เขาให้เราไปจ่ายเพิ่มตอนวีคแรกทีไปเรียนที่ห้องติดต่อธุระของม.ยอนเซค่ะ ซึ่งเงินที่ค่าต่างนั้น เหลือจ่ายประมาณ 1 หมื่นวอนเท่านั้นเอง โอเคโล่งอกไปที   เท่านี้ก็เสร็จขั้นตอนการจ่ายเงินเรียบร้อยค่ะ เตรียมตัวไปเรียนได้
 
และทางยอนเซก็ขอที่อยู่ไป เพื่อจะส่งเอกสารใบตอบรับของมหาวิทยาลัย มาเพื่อขอวีซ่า D-4 นั่นเอง

หากมีอะไรสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่อีเมล alljourneys.havesecret@gmail.com และช่องทางการติดต่อที่แท็บบล็อกด้านบนนะคะ

11/15/2560

วิธีการสมัครเรียนภาษาเกาหลีที่ยอนเซ

สมัครเรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี

ต้องออกตัวก่อนนะคะว่าเราไม่เก่งภาษาอังกฤษ ด๋อยมากมาย พอถูไถงูๆปลาๆและพึ่งปู่เกิลล้วนๆ เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรผิดพลาดต้องขออภัยไว้ก่อนนะคะ 

1.เว็บที่ใช้ในการสมัครเรียนภาษาของยอนเซคือ เว็บ  www.yskli.com
     
2.วิธีการสมัครก็สมัครปกติค่ะ เหมือนพวกสมัครเว็บอื่นทั่วๆ ไป คลิกที่ Join ด้านบนขวา  มันจะขึ้นให้ยอมรับเงื่อนไขการสมัคร ก็คลิก I agree สองช่องเลยค่ะ 


3.กรอกทุกอย่างที่ขึ้นช่องมาให้ค่ะ เน้นอันที่มีดอกจันสีแดงต้องกรอกให้ครบ เสร็จแล้วคลิก submit 

4.หลังจากนั้นดูข้อมูลโปรแกรมที่เราจะสมัครเลยค่ะ ในส่วนนี้เราสมัครโปรแกรม regular program หน้าเว็บสำหรับดูโปรแกรม คลิก > programs  ดูรายละเอียดคอร์สที่จะสมัคร

เรื่องการสมัครลงคอร์สนะคะ เราบอกก่อนเลยว่า

รายละเอียดของการสมัครจะเปลี่ยนไปในทุกๆปี จากเคยดูรีวิวคนอื่นเมื่อหลายปีก่อนพอมาลองสมัครเองจริง ร้องเห้ยหนักมากเด้อ เปลี่ยนไปเลยจ้า งมกันต่อไป สิ่งที่เราจะแนะนำและเป็นแนวทางเป็นช่วงการสมัครของปี 2018 นะคะ (ในอนาคตไม่รู้ว่าฟอร์มจะเปลี่ยนไปมั้ย) ซึ่งหลังจากนี้จะเปลี่ยนไปยังไงไม่รู้แล้ว (แต่ระหว่างนั้นน่าจะยังสอบถามได้เสมอ)


ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจของคอร์ส ที่เราสมัครกันก่อนดีกว่าค่ะ

1. เราเลือกลงเรียนคอร์ส regular program แบบธรรมดาค่ะ ซึ่งมีให้เลือกด้วยกัน 3 คอร์สด้วยกัน ได้แก่ คอร์ส A , B , C  ในส่วนนี้เราเลือก คอร์ส A ค่ะ เพราะเป็นการเรียนช่วงเช้า 9 โมง- บ่ายโมง เราชอบเรียนช่วงเช้ามากกว่าค่ะ ถ้าช่วงบ่ายความขี้เกียจจะต้องมาเต็มแน่นอน ว่าแต่  แต่ละคอร์สจะแตกต่างกันยังไง ไปดูกันค่ะ

คอร์ส A มีทั้งหมด 6 ระดับค่ะ โดยครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด 10 บท/ คอร์ส ซึ่งสามารถเรียนรู้เสร็จสิ้นในระยะเวลา 1 ปีครึ่ง (ถ้าเริ่มตั้งแต่คอร์สแรก)
-  คอร์ส B มีทั้งหมด 8 ระดับจะใช้เวลายืดกว่าค่ะ ครอบคลุม 8 บท/คอร์ส ใช้เวลาประมาณ 2 ปี โดยทางยอนเซก็แนะนำว่าเหมาะกับชาวตะวันตก เพราะไม่คุ้นชิ้นด้านไวยกรณ์ต่างๆ
และคอร์ส C เหมือนคอร์ส A เลยค่ะแต่แตกต่างกันที่คอร์สนี้จะเริ่มเรียนในช่วงบ่ายค่ะ





**ช่วงเวลาการเปิดรับสมัคร ปิดรับสมัคร หรือแม้แต่การจ่ายเงินในเว็บบอกเราเรียบร้อยเลยค่ะ ใครที่ตั้งใจจะสมัครอยู่แล้วแนะนำให้สมัครช่วงแรกๆ ไว้ดีกว่าค่ะ กันมีปัญหาเรื่องเอกสาร**

2. เรื่องของค่าใช้จ่ายค่ะ มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร 80,000 วอน และค่าเรียนต่อเทอม (10 week) 1,730,000 Won ประมาณ 50,000 บาทกว่าๆ ค่ะ

3. สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ทางยอนเซบอกไว้หมดเลยค่ะ รายละเอียดในนี้ค่ะ https://www.yskli.com/_en/proc/p1.asp  




การสมัครลงคอร์ส

1.อันดับแรกเข้าไปที่ online Application ที่แท็บด้านบนค่ะ จะขึ้นมาตามภาพ ถ้าสนใจลงสมัครอันไหนก็เลือกตามหัวข้อเลยค่ะ  เราเลือก regular program





2. จากนั้นก็จะขึ้นใบสมัครมาให้กรอกต่างๆ ถ้าเป็นไปได้กรอกทุกช่องค่ะ แต่ที่แน่ๆ ต้องกรอกช่องที่มีเครื่องหมายดอกจันสีแดงให้ครบ  ในส่วนนี้มีให้กรอกทั้งแบบ

       -  Academic background  : ส่วนนี้จะเกี่ยวกับทางวิชาการค่ะ เช่น สถานะการเรียนตอนนี้  การเข้าเรียน  คณะสาขาที่เราเรียน 

      -  จะมีถามว่าเคยลงโปรแกรมคอร์สเรียนกับยอนเซมาก่อนมั้ย ก็ให้ตอบไปถามความจริง

     Fluency in Korean  : ในส่วนนี้จะมีให้เลือก none & poor ค่ะ ถ้าเลือก none คือเขาลงที่ระดับหนึ่ง เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นเลยค่ะ แต่ถ้าเลือก poor จะมีการทดสอบความรู้เราก่อนเข้าชั้นค่ะ ว่าเราจะอยู่ในระดับไหน บางคนเก่งอาจจะเริ่มที่ระดับ 2 และ 3 ก็มีค่ะ 

     -  How long do you intend to study at KLI? อันนี้เพื่อความชัวร์ให้ลงวันแรกที่เราจะลงคอร์สฤดูกาลนั้นจนถึงวันสุดท้ายที่เราจะลงเรียนค่ะ (ดูได้ตามตารางเปิดรับสมัครนะคะ)

       - Document Requests ส่วนนี้สำคัญมาก  ในส่วนนี้เขาจะให้เราอัพโหลดไฟล์ตามที่เขาขอมาค่ะ ทั้งพาสปอร์ต ใบจบ ทรานสคริป บลาๆ นะนำว่าควรทำให้เรียบร้อยก่อนสมัครจะดีที่สุดค่ะ ซึ่งการตั้งชื่อไฟล์ที่จะอัพโหลด ให้ใช้ชื่อไฟล์ด้วยตัวเลข เช่น 1 , 2 , 3 ห้ามใส่ข้อความของเอกสารนั้นนะคะ เช่น passport  ซึ่งในส่วนเอกสารนั้น เราจะขยายความต่อในข้อ 3 ค่ะ 


3. เข้าเรื่องในส่วนขยายความการขอเอกสารจาก Document Requests  ค่ะ ในส่วนนี้เขาจะขอ พาสปอร์ต ทรานสคริป รับรองบัญชีเงินฝากค่ะ 

     - Passport อันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ สแกนพาสปอร์ตของเราปกติแล้วอัพโหลดส่งไปให้เขา

      - Transcript or diploma from the last school attendedทรานสคริปและใบรับรองการศึกษา เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (อันนี้มีให้อัพโหลดสองช่อง อัพแยกกันเลยเน้อ)ถ้าไม่มีต้องเอาไปแปลแล้วให้กงสุลรับรองค่ะ ในส่วนนี้ของเราเป็นใบที่จบการศึกษาตามโครงสร้างหลักสูตร และใบเกรดตั้งแต่เรียนค่ะ รับรองจากทางมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาออกภาษาอังกฤษ อยู่แล้วเลยไม่มีปัญหาอะไร


  Certificate of deposit balanceใบรับรองทางการเงิน (finalcial statement)  อันนี้แค่ส่งใบรับรองทางการเงินที่มียอดเงินตรงตามที่เขาบอกเป็นยอดเงินสุดท้าย คือ ทางยอนเซให้มีฐานเงินในบัญชีอยู่ที่ 10,000  USD ประมาณ 350,000 แสนกว่าบาท ไม่ใช่เสตจเม้นท์ที่ย้อนหลังไป 3 เดือนหรือ 6 เดือนค่ะ  แต่ ! ถ้าเพื่อความแน่นอน จะฝากเงินไว้ล่วงหน้ามีเงินหมุนในช่วงระยะเวลา 3 เดือนและยอดต้องถึง 9000 USD ก็ได้ค่ะ (bank balance certificate) 
     * ไปบอกธนาคารได้เลยค่ะว่าต้องการใบ finalcial statement รับรองทางการเงินเป็นแบบภาษาอังกฤษตรงนี้ค่าใช้จ่าย 100 บาทค่ะ *


   - และที่สำคัญ ช่องอัพโหลดยังไม่มีค่ะ แต่เขาให้ส่งเอกสารเพิ่ม ซึ่งคือ A copy of Family Reationship Certificate Or Birthday Cerificate ใบรับรองความสัมพันธ์ครอบครัว จะเป็นทะเบียนบ้าน หรือ ใบสูติบัตร(ใบเกิด) ก็ได้ค่ะ ซึ่งเราเลือกใบเกิด  ในส่วนนี้ให้เรา นำใบเกิดเวอร์ชั่นภาษาไทย ไปแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อน (อันนี้เราจ้างในเว็บแปลค่ะ)  > เสร็จแล้วนำไปให้กงสุลรับรองเอกสาร ค่ะ  
 สำหรับการแนบไฟล์นะคะ ให้แนบเอกสารความสัมพันธ์ไปพร้อมกับเอกสารทางธนาคารเลยก็ได้ค่ะ   

สรุปเอกสารที่ต้องยื่นไปก่อนที่จะได้รับใบโอนเงินมานะคะ
* ทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ*
- ใบจบยืนยันสถานะการศึกษา
- ทรานสคริปหรือใบเกรด
- สำเนาพาสปอร์ต
- ใบรับรองฐานะทางการเงิน
- ใบยืนยันความสัมพันธ์ครอบครัว


4. เสร็จแล้วกด submit แล้วจะขึ้นหน้าต่อไป สำหรับการลงเวลาเรียน การเลือกคอร์สต่างๆ เพียงแค่นี้ก็เสร็จสิ้นแล้วค่ะ เหลือแต่การรอตอบกลับผ่านทาง E-mail (ใช้เวลาไม่เกิน 2 วีค)

5.เพียงแค่นี้ก็เสร็จสิ้นการสมัครแบบออนไลน์แล้วค่ะ หากมีอะไรสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่อีเมล alljourneys.havesecret@gmail.com และช่องทางการติดต่อที่แท็บบล็อกด้านบนนะคะ 

อ่าน การโอนเงินค่าเรียนไปม.ยอนเซ คลิก !

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆคนนะคะ ช่วยเมนท์เป็นกำลังใจด้วยนะคะ