1/11/2561

วีซ่านักเรียน D4 เรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี



เมื่อเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย ทางเกาหลีส่งเอกสารการสมัครเรียนมาให้ถึงไทยแล้วค่ะ หลังจากได้รับแล้วก็เตรียมตัวไปขอวีซ่านักเรียนกันเลยดีกว่า ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า วีซ่านักเรียนของเกาหลีมี 2 ประเภท ได้แก่

D-2 : Regular Educational Program

ไม่ว่าสมัครเรียนระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ก็จะใช้วีซ่าประเภทนี้เหมือนกันหมด วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้อยู่ในประเทศเกาหลีได้ 1 ปี

D-4 : General Student Visa


อนุญาตให้อยู่ในประเทศเกาหลีใต้ได้ 6 เดือน สามารถต่ออายุได้ในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งต้องนำหลักฐานจากสถานศึกษาไปยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ซึ่งบอกเลยว่าใครที่ไปเรียนคอร์สภาษาสามารถยื่นขอวีซ่า D4 ได้เท่านั้นค่ะ

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่า D4 
 เอกสารดังต่อไปนี้สำหรับผู้ที่ถือพาสปอร์ตสัญชาติไทยเท่านั้นนะคะ
  1. แบบฟอร์มขอวีซ่า ติดรูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว 1 รูป (พื้นหลังสีขาว อายุไม่เกิน 6 เดือน) ในส่วนนี้สามารถดาวโหลดแบบฟอร์มได้ที่ > แบบฟอร์มการขอวีซ่า (กรอกให้ครบทุกช่องเท่าที่กรอกได้และเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น) หรือใครจะไปกรอกที่สถานทูตเลยก็ได้ค่ะ (แต่จะเสียเวลา)
  2. พาสปอร์ต และสำเนา 1 ชุด (ในการเดินทางเข้าประเทศเกาหลี และการขอวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีหนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน)
  3. ใบรับรองการเป็นนักเรียนภาษาอังกฤษ ( เอกสารต้นฉบับ) และ ทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษ ( เอกสารต้นฉบับ)
  4. หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากของนักเรียนหรือผู้ปกครองจากธนาคารของไทย (ภาษาอังกฤษและออกโดยธนาคาร) และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากทุกหน้า * อย่างน้อย 6 เดือน * ในกรณีใช้บัญชีเงินฝากของผู้ปกครองจากธนาคารของไทย ผู้สมัครต้องแนบสำเนาพาสปอร์ต หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครองและสำเนาสูติบัตรหรือทะเบียนบ้าน
  5. หนังสือตอบรับการเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยของประเทศเกาหลี(ฉบับจริงที่ส่งมาจากม.)
  6. ใบรับรองผลการตรวจวัณโรค (Tuberculosis) ภาษาอังกฤษ จากโรงพยาบาลที่กำหนด ( มีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2559) สามารถดูรายชื่อรพ. ได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ รายชื่อรพ.สำหรับตรวจวัณโรค

ซึ่งสำหรับผู้ที่สมัครเรียนคอร์สภาษาจากมหาวิทยาลัยยอนเซนั้น ได้รับข้อยกเว้นเอกสารและใช้เอกสารเพียงแค่ ข้อ 1 , 2 , 5 และ 6 เท่านั้น !!


หลังจากที่เอกสารทุกอย่างพร้อมเราก็ได้ฤกษ์ไปยังสถานทูตเกาหลีกันเลยค่ะ 
ก่อนไปเตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อม สำหรับแบบฟอร์มกรอกไว้ก่อนจะดีมากค่ะ จะได้รวดเร็วทันใจ



 เมื่อไปถึงสถานทูตเกาหลี
  
  1.  กรอกให้เสร็จก่อน แล้วค่อยเข้าไปกดบัตรคิวหมายเลข 1 และนั่งรอค่ะ 
  2. เมื่อถึงหมายเลขเราก็ยื่นเอกสารที่เราเตรียมมา (สามารถยื่นเอกสารทั้งหมด ก่อนเวลา 11.00 น. วันจันทร์ – ศุกร์, ยกเว้นวันหยุดราชการเท่านั้น)
  3.  เสร็จแล้วเขาจะให้ใบที่เป็นวันนัดรับวีซ่ามาค่ะ  (ระยะเวลาประมาณ 3-4วันไม่นับเสาร์อาทิตย์)
  4. คนไทยไม่เสียค่าธรรมเนียมค่ะ
 
วันนัดรับวีซ่าD4 สถานทูตเกาหลี


และแล้วก็ถึงวันนัดรับวีซ่าแล้วค่ะ  เราสามารถไปวันที่เขานัดรับค่ะ  ซึ่งเราไม่โดนสัมภาษณ์นะคะ ส่วนใหญ่ผู้ถือวีซ่านักเรียนจะไม่ค่อยโดนสัมภาษณ์ค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเอกสารจริงๆ

เวลาในการรับวีซ่า
13.30 – 16.00 น.
- ใช้เวลา 4 วันทำการในการพิจารณาเอกสารขอวีซ่าทั่วไป
- ใช้เวลา 3 วันทำการในการออกวีซ่า สำหรับผู้ที่มีเลขวีซ่ามาแล้ว

 ขั้นตอนการรับวีซ่า
  1. เมื่อไปถึงก็กดบัตรคิวหมายเลข 1 จ้า 
  2. นั่งรอสักพัก เมื่อถึงคิวเราก็ยื่นแผ่นใบนัดรับ เขาก็จะส่งพาสปอร์ตคืนมาให้ค่ะ 
  3. เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กลับบ้านได้ เย้!
 

 บทความอื่นเกี่ยวกับการไปเรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี

วิธีการสมัครเรียนภาษาเกาหลีที่ยอนเซ > คลิก
เหตุผลที่เลือกไปเรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี  > คลิก 
การโอนเงินค่าเรียนไปมหาลัยที่เกาหลี  > คลิก


 
 
หากมีอะไรสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่อีเมล alljourneys.havesecret@gmail.com และช่องทางการติดต่อที่แท็บบล็อกด้านบนนะคะ




 
 

12/11/2560

CONTOYNER! คาเฟ่ชื่อดังย่านฮงแด กิน+ถ่ายรูปกันเพลิน


 

จำได้ว่าช่วงหนึ่ง คาเฟ่ "CONTOYNER" เนี่ยกระแสแรงมาก ถึงขั้นต่อคิวยาวๆ เพื่อไปถ่ายรูปบนรูฟท็อปสุดมุ้งมิ้ง แต่คนเกาหลีชอบมาก ไม่แม้แต่ชาวต่างชาติ เพราะทุกคนต่างพ่ายแพ้ให้กับความน่ารักนี้แล้ว ลงเสียงกันว่าต้องไปให้ได้ เราเองก็เช่นกัน เคยไปครั้งนึงคนต่อคิวยาวมาก จนยอมแพ้ 

และครั้งนี้เลยลองไปดู ซึ่งวันที่ไปคือวันที่จะต้องกลับไทย อะไรๆ เลยรีบเร่งไปหมดด แต่โชคเข้าข้าง!  ร้านโล่งมาก จนแบบถ่ายรูปให้สะใจได้เลยค่ะซิส 




ภาพข้างบนเป็นภายในร้านค่ะ ก็จะมีขายของเล่นของสะสมมากมาย ในราคาที่แตกต่างกัน พร้อมที่ให้นั่งสำหรับคนไม่อยากไปตรงรูฟท็อป แต่ครั้งนี้เราตั้งใจจะไปรูฟท็อปให้ได้!!




เมื่อมาถึงก็ไม่ผิดหวังค่ะ สีชมพูได้ใจมากก มุ้งมิ้งและหวานแหววกันแบบสุดๆ อีกอย่างนึงคือไม่มีคนค่ะ แต่แดดร้อนไปหน่อย แม้จะอากาศหนาวแล้ว  เขาก็จะมีมุมต่างๆให้ได้ถ่ายรูปเพียบบ บอกเลยว่างานนี้ถ่ายรูปกันสะใจจ้า 





และแน่นอนว่า เราก็ไม่พลาดดดด มาเพื่อถ่ายรูปโดยเฉพาะ !  เก็บทุกมุม!


อ่ะๆ .... แต่ลืมบอกไปจ้า ว่า ช่วงที่เรามา มันเริ่มจะซาๆ ลงแล้ว ลูกโป่งบอลลูนก็แฟ่บๆ ไปตามๆ กัน แอบเสียดาย แงงงงง 



มัวแต่ถ่ายรูป .. หลังจากสั่งหน้าเคาท์เตอร์แล้วเครื่องออเดอร์สั่นเรียกแล้ว เราก็ลงไปเอาค่ะ ..  เมนูที่สั่งราคาถือว่าพอจ่ายได้เนอะ 6000 วอน สั่งเลมอนเนด กับ ช็อกโกแลต  ชอบความแต่งแก้วของร้านมาก ชอบแม้กระทั่งหลอดสวยๆ และที่คนแก้วอย่างต้นมะพร้าว  ช่วยดูที่รองด้วยค่ะ ยูนิคอร์นก็มา  หลังจากนั้น เราก็รีบดูดอย่างรวดเร็ว เพราะต้องรีบไปเช็คอินที่อินชอน (กลัวตกเครื่องเน้อ) ถ้ามีโอกาสจะไปอีกแน่นอนค่ะ แล้วเจอกัน!


การเดินทาง 

สถานี ซังซู ทางออก 1 หรือใครจะเดินมาจากฮงแดก็ได้นะจ้ะ 
ร้านเปิดทุกวัน เที่ยง - 23:00น .

11/28/2560

การโอนเงินค่าเรียนไปมหาลัยที่เกาหลี




หลังจากสมัครเสร็จแล้วและทางยอนเซก็ให้เลขบัญชี invoid มา เราก็ทำการปริ้นให้เรียบร้อยนะคะ เพราะใบนี้ต้องเป็นข้อมูลในการไปกรอกเอกสารที่ธนาคารตอนจะโอนเงินไปค่ะ 


เนื่องจากเราสมัคร 2 เทอมจึงได้เลข swift code มาสองใบไม่เหมือนกันค่ะ ใบแรกจะเสียค่าสมัครเพิ่มอีก 80,000 วอน ส่วนใบของเทอมที่ 2 จะไม่เสียค่าสมัคร แต่ยอนเซสามารถให้จ่ายค่าเทอมพร้อมกันได้โดยใช้โค้ดใบแรก เพราะฉะนั้นถ้าใครมีเงินพร้อมอยู่แล้วแนะนำให้จ่ายพร้อมกันเลยค่ะ จะได้เสียค่าธรรมเนียมทีเดียว 

เราเลือกธนาคารกรุงไทยในการโอนเงินไปต่างประเทศ

ตอนแรกตั้งใจจะโอนเป็นเงิน USD ไปแต่ทางธนาคารบอกว่า ใบที่ปริ้นมาให้เป็นสกุลเงินเกาหลี ต้องโอนเป็นเกาหลีนะคะ เราก็ตอบไปว่า ก็ได้ค่ะ เขาก็คำนวนให้เสร็จสรรพ ตอนบอกเจ้าหน้าที่แนะนำบอกเขาว่าให้รวมเงินและโอนไปในโค้ดแรกเลยด้วยนะคะ ไม่งั้นพี่เขาจะเข้าผิดคิดว่าโอนอย่างละใบ


การโอนเงินเราเสียค่าธรรมเนียมไปทั้งหมด 1200 บาทค่ะ (บอกจนท.ด้วยว่าโอนแบบเราเป็นคนจ่ายค่าธรรมเนียมฝั่งนู่นเอง) เพราะว่า ยอนเซจะไม่ออกเงินค่าธรรมเนียมเองค่ะ  หลังจากนั้นเขาก็ตีราคาเป็นเงินไทยให้ สรุปเรทที่เราได้ประมาณ 0.031 กว่าซึ่งสำหรับถือว่าไม่แพง เป็นราคามาตารฐานโชคดีหน่อย

จริงๆแล้วเราไม่รู้ว่าสาขาอื่นหรือพวกในตัวเมืองไรงี้จะได้ใบเสร็จการโอนมาเลยมั้ย แต่ของเราเขาบอกให้รอระหว่างโอน 7-10 วัน แล้วเขาก็ให้ใบสลีฟแบบไม่ใช่ตัวจริงมาก่อนค่ะ


หลังจากนั้นผ่านไปวันเดียว ทางธนาคารกรุงไทย (สาขาใหญ่) ก็เมลมาค่ะ ด้วยการส่งใบเสร็จตัวจริงมาให้ (ตอนแรกบอกหลายวัน) รวดเร็วทันใจจริงๆ

- เราก็นำเอกสารที่เขาเมลมา เพื่อแนบไฟล์แจ้งเมลส่งไปทางยอนเซค่ะ โดยมีหมายเหตุว่า จ่ายพร้อมกันสองเทอมนะแค่นี้ก็เรียบร้อยค่ะ รอเขาตอบกลับมาอีกที (ประมาณไม่เกิน 2 อาทิตย์)

อุปสรรคไม่หมดแค่นั้นจ้า ...
เพราะทันทีที่ทางยอนเซได้รับเงินเรียบร้อย เขาก็แจ้งมาว่า เนื่องจากช่วงที่รับค่าเงินเกาหลีมีความเปลี่ยนแปลง จึงต้องจ่ายเงินเพิ่ม! (omg) คิดในใจต้องโอนและเสียค่าธรรมเนียมอีกทีมั้ย

สรุปนะคะ

- เขาให้เราไปจ่ายเพิ่มตอนวีคแรกทีไปเรียนที่ห้องติดต่อธุระของม.ยอนเซค่ะ ซึ่งเงินที่ค่าต่างนั้น เหลือจ่ายประมาณ 1 หมื่นวอนเท่านั้นเอง โอเคโล่งอกไปที   เท่านี้ก็เสร็จขั้นตอนการจ่ายเงินเรียบร้อยค่ะ เตรียมตัวไปเรียนได้
 
และทางยอนเซก็ขอที่อยู่ไป เพื่อจะส่งเอกสารใบตอบรับของมหาวิทยาลัย มาเพื่อขอวีซ่า D-4 นั่นเอง

หากมีอะไรสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่อีเมล alljourneys.havesecret@gmail.com และช่องทางการติดต่อที่แท็บบล็อกด้านบนนะคะ