1/16/2561

รวมค่าใช้จ่ายเรียนภาษาเกาหลีที่เกาหลี (ม.ยอนเซ) + การหาที่พัก



คำถามนี้มีคนถามกันมาหลายคนค่ะ สำหรับการสมัครเรียนไปแล้ว และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ใช้ประมาณกี่บาท ? รวมอะไรบ้าง ? บทความนี้เราจะมาตอบคำถามกันค่ะ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ใช้ในการสมัครเรียนภาษาเกาหลีที่ม.ยอนเซนะคะ มหาวิทยาลัยอื่นก็น่าจะประมาณนี้ค่ะ หรืออาจะถูกและแพงกว่านิดหน่อยค่ะ  เราทำเรื่องเองไม่ผ่านเอเจนซี่ใดๆ เลยนะคะ

หลายคนงงว่าเรามาเรียนภาษาที่นี่ คือมากับทุนรัฐบาลหรืออะไรหรือเปล่า 
ขอตอบนะคะ ว่า ไม่ได้มากับทุนแต่อย่างเดียว เป็นเงินส่วนตัวล้วนๆ นะคะ 


ค่าเทอม

 - ค่าเทอมคอร์สเรียนภาษาของยอนเซ เทอมละ 1,730,000 WON ค่ะ ตีเป็นเงินไทยประมาณ 52,000 บาท (บังคับสมัครมากกว่า 1 เทอมสำหรับคนที่ลงคอร์สปกติครั้งแรก)

- ค่าสมัครราคา 80,000 WON ราคา 2,400 บาท (จ่ายค่าสมัครแค่ครั้งแรก)

- ค่าเสตจเม้นท์  10,000 USD  อันนี้สำหรับคนขอวีซ่า D4 ค่ะ ประมาณ  3.5 แสนกว่าบาท

 ค่าเอกสาร

 ค่าเอกสารในที่นี่หมายถึงทุกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเดินเรื่องเอกสารของเรานะคะ

- ค่าการขอสเตจเมนท์จากธนาคาร   = 100 บาท

- ค่าแปลเอกสารจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ  = 600 บาท (เราแปล 2 อย่างค่ะ สูติบัตรกับใบเปลี่ยนชื่อของแม่)

- ค่ารับรองเอกสารที่กงสุล  = 640 บาท

- สำหรับวีซ่าผู้ถือสัญชาติไทยไม่เสียค่าธรรมเนียมค่ะ 

ค่าที่พัก

ค่าที่พักแล้วแต่ว่าอยากจะพักแบบไหนค่ะ ถ้าอยากประหยัดก็พัก "โกชีวอน" ซึ่งโกชีวอนก็มีหลากหลายตั้งแต่ถูกจนถึงแพง ของเราพักแบบมีห้องน้ำ แอร์ในตัว ราคา 12000 (สี่แสนวอนถ้วน) บาทค่ะ  

- ค่าที่พักที่ถูกที่สุดประมาณ 300,000 วอน ห้องน้ำรวม เป็นมินิรูมเล็กๆ 
- หากใครจะพักแบบ oneroom ราคาส่วนใหญ่จะ 500,000วอนต่อเดือนขึ้นไป ไม่รวมค่าแก๊ส และค่าน้ำ


ค่าใช้จ่ายกินอยู่ที่เกาหลี 

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต้องบอกเลยว่า แต่ละคนแตกต่างกันค่ะ โดยเราจำกัดค่าใช้จ่ายทั้งค่ากินค่าเดินทาง และสิ่งของที่อยากได้อยู่ที่ 400,000 วอน ประมาณ 12,000 บาท ขอแบ่งย่อยๆ ตามด้านล่างนะคะ

- ค่ากิน ส่วนใหญ่จะกินข้าวกลางวันไม่เกิน 10,000 วอน ส่วนตอนเย็นช่วงแรกๆส่วนใหญ่จะกินที่บ้านค่ะ ซื้อวัตถุดิบมาทำกินเอง ไม่งั้นก็มาม่า (แต่หลังๆเริ่มปาร์ตี้กับเพื่อนบ่อย #นี่แหน่ะ)
- พักหลังๆ จะมีการกินข้าวตอนเย็นข้างนอกบ่อย (เพราะเข้าสังคม) เจอเพื่อนบ้างไรบ้าง 
-ค่าปาร์ตี้เล็กๆ น้อยๆ ถ้าอยากสร้างสังคมก็อาจจะมีการไปกินจัดหนักปาร์ตี้กับเพื่อนบ้าง
- ส่วนค่าเดินทาง เนื่องจากที่พักอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่เลยเดินเอาค่ะ แต่จะมีบ้างที่เสียค่าเดินทางในกรณีที่ไปค่าเฟ่ไหนไกลๆ อะไรทำนองนี้
 

ค่าตั๋วเครื่องบิน

สำหรับตั๋วเครื่องบิน สามารถจองตั๋วแบบ one way ได้ค่ะสำหรับผู้ถือวีซ่านักเรียน โดยค่าตั๋วเครื่องบินแล้วแต่สายการบินนะคะ ของเราไปเอเชียน่าแอร์ไลน์ เป็นฟูลเซอร์วิส จองช่วงโปรฯ และจองไป-กลับแบบ round trip เพราะว่าจะกลับไทยตอนช่วงปิดเทอมค่ะ ราคาประมาณ 15000 บาท (สายการบินราคาถูกก็มีค่ะ)  อันนี้แล้วแต่สายการบินนะคะ 
* สำหรับคนไม่มีวีซ่า อาจจะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เพราะมีตั๋วเที่ยวเดียว*


 การหาที่พักเกาหลี

มาต่อกันที่การหาที่พักค่ะ คนส่วนใหญ่นิยมไปเดินดูวันที่ไปถึงแล้ว เพราะจะได้เห็นห้องพักจริงๆ แต่ว่าเรา หาที่พักไปเลยค่ะ เพราะว่ากลัวคุยตรงๆ แล้วเด๋อ ไม่รู้เรื่อง เราเลยจอแบบ goshiwon เพื่อความประหยัดค่ะ ไม่อยากเสียเงินแพงไปมากกว่านี้แล้ว ฮรือ ใครมีเงินก็พักหอที่มหาวิทยาลัยจัดให้ก็ได้ค่ะ แต่มีรูมเมทนะคะ


เว็บสำหรับจองโกชีวอน
 แอพลิเคชั่น :  고시락

การจองสามารถส่งอีเมล , kakao ไปสอบถามและพูดคุยกับเขาได้เลยค่ะ 


 

เทคนิคการผ่าน ตม.เกาหลี ฉบับทุกการเดินทางมีความลับ

เชื่อว่าหลายๆ คนจิตตก กลัว กับการไปเกาหลีครั้งแรกและหลายๆ ครั้งใช่มั้ยคะ? วันนี้ "ทุกการเดินทางมีความลับ" จะมาแนะนำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการผ่านตม.เกาหลี โดยข้อมูลที่จะแชร์ต่อไปนี้เป็นแค่ เทคนิค เคล็ดลับที่คาดว่าจะผ่านมากที่สุด และประสบการณ์เจอมานะคะ ไม่รับรองว่าถ้าทำตามแล้วจะผ่านทุกคนแบบ 100 % ค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่คนที่กำลังสนใจในประเด็นนี้อยู่ค่ะ

1. การแต่งตัว :ประเด็นที่ใกล้ตัวที่สุดก่อนเลยจ้า การแต่งตัวมีผลต่อการโดนถามค่ะ ควรแต่งตัวให้ดูไปเที่ยวที่สุด สีสันไม่จี๊ด ไม่เยอะสิ่ง แต่งให้ดูเรียบ แล้วเหมือนไปเที่ยวจริงๆ ในส่วนนี้เราว่าตม.ดูออกค่ะ สำหรับเราเราคิดว่า “รองเท้า” มีผลค่ะ คือไม่คีบแตะไปอะ ใส่ผ้าใบดีที่สุด 

2.เอกสารครบ : เอกสารในที่นี้หมายถึง ตั๋วไปกลับ การจองที่พัก ใครเป็นนักเรียนนักศึกษา หรือทำงานอยู่ ควรมีใบรับรองสถานะนั้นๆ เผื่อไว้ (เป็นภาษาอังกฤษ) ใครที่เพิ่งจบการศึกษาอยู่ในช่วงว่างงาน (รอรับปริญญา) แบกใบรับรองการจบไปเลยจ้า ทรานสคริปเอาไปให้หมด เงินในบัญชี (อันนี้ไม่จำเป็นมากแต่มีไว้ก็ช่วยได้นะคะ) การเก็บเอกสารใส่ในที่ที่หยิบง่ายค่ะ แต่ยังไม่ต้องหยิบมาให้ตม.ดูตอนยื่นพาสปอร์ตนะคะ

3.ไปเป็นกลุ่มเพื่อน ครอบครัว : ถ้าไปเป็นกลุ่ม เตรียมถ่ายเอกสารพาสปอร์ตของเพื่อนไว้ด้วยเนอะ ไว้ช่วยกันถ้าเกิดเพื่อนโดนเรียกเข้าไปจริงๆ จะได้รู้ว่ามาด้วยกันค่ะ ในกรณีถ้ามีเพื่อนโดนเข้าไปแล้วเราไม่ถูกพ่วงเข้าไปด้วย ระหว่างรอข้างนอก จะมีเจ้าหน้าที่เอาพาสปอร์ตของเพื่อนมาถาม ว่านี่ใช่คนที่มาด้วยมั้ย ถ้าใช่ก็ตอบเขาไปค่ะ 

4.แพลนเที่ยว : ถ้าไม่มีแพลนเที่ยว เป็นเราเราก็ไม่เชื่อสนิทใจเนอะ เพราะคนที่ตั้งใจไปเที่ยวจริงๆ และไปถึงต่างประเทศ อย่างน้อยต้องมีแพลนเที่ยวแน่นอน ทำแพลนเที่ยวไปให้ครบค่ะ  เป็นภาษาอังกฤษยิ่งดี ในแพลนควรมีการเดินทางบอกไว้ละเอียด และศึกษาไว้ก่อนเดินทางไปค่ะ ในกรณีถ้ากะจะไม่ไปเที่ยวไหน จะไปแค่ติ่ง ก็ต้องมีแพลนไว้นะคะว่าตึกที่จะไปติ่งสถานที่จะไปติ่งอยู่ตรงไหน 

5.สายการบิน: จากประสบการณ์ตรง เราเคยขึ้น แอร์เอเชีย การบินไทย เจจูแอร์ไลน์ คนที่เห็นโดยถามโดนกักตัวเยอะที่สุดคือ “แอร์เอเชีย” แบบเยอะมาก แต่ก็ไม่ทุกคนค่ะ อย่างเราไปเจจูแอร์นี่แบบมีคนไทยไม่ถึงห้าคนเลยมั้งช่วงนั้น ผ่านทุกคนไปอีก (แต่ดูลักษณะก็มาเที่ยวแหละ)  เพราะว่าถ้าเป็นสายการบินโลว์คอร์ส ความเป็นไปได้ของคนที่หนีไปทำงานมีมากกว่าสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสค่ะ 

6. งบประมาณ : ควรมีเงินแยกติดตัวไว้ สมมติไปกับพี่น้อง ครอบครัวแล้วใช้กระเป๋าเงินเดียวกัน ควรมีเงินติดตัวไว้ส่วนนึงแยกไว้ค่ะ ถ้าเอาไปฝากไว้ที่คนใดคนนึงเลย เราโดนเรียกขึ้นมาแล้วไม่มีเงินติดตัวเลยจะเดือดร้อนค่ะ กันเขาถามว่าเอาเงินมาเที่ยวเท่าไหร่ อะไรทำนองนี้ ก็เงิบเลยนะคะ

7.เตรียมใจ : ไม่วอกแวก เอาล่ะเมื่อไปถึงมุ่งหน้าไปโลด อย่าลังเล อย่าสับสนว่าจะไปช่องไหนดี เข้าไปตม ตรงๆเลยค่ะ สบตากับเจ้าหน้าที่ไว้ มองไว้ตลอด (แม้ว่าเขาจะทำอะไรยุกยิกก็ตาม) อย่าหันซ้ายหันขวาในกรณีที่โดนถามขึ้นมาจริงๆ ต้องตอบให้ได้และตอบตามความจริง อย่าแบบเอ้ย พูดผิดค่ะ ไรงี้นะคะ ไม่งั้นเขาจะเกิดความสงสัยในตัวเราค่ะ

8.คนเดียว+กลุ่มเพื่อนรอดตาย  : เธอคะ ! รู้เขารู้เรา เรารู้ว่าเธอก็ดูออกว่าใครมาทำงาน เพราะฉะนั้น เมื่อลงจากเครื่องแล้ว พยายามเฟดตัวอย่าเดินตามกลุ่มทัวร์ และกลุ่มที่เสี่ยงค่ะ ไปตม.ก่อนได้ก็ไปเลยจ้า ให้คนที่สามารถพูดอังกฤษได้แล้วมีแนวโน้มการเสี่ยงต่ำสุด อยู่ข้างหน้าไปก่อนค่ะ

9.อย่าคุยกับคนแปลกหน้า: คนแปลกหน้าในที่นี่หมายถึงคนไทยนี่แหละค่ะ คนที่เรามองว่าเขาอาจจะมาทำงาน เพราะถ้าเขาโดนเราอาจจะซวยไปด้วย เหมือนว่าเรารู้จักเขา แหมทำมาตีเนียน อย่าพาเราซวยไปด้วยเชียวนะ!

10. รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง! : ยิ่งถ้าไปบ่อยๆ นะคะ แล้วผ่านทุกรอบการโดนถามก็แทบจะไม่มีเลยค่ะ เราไปมา 5 ครั้งไม่เคยโดนถามเลยสักครั้งค่ะ

11.สำหรับใครพาสขาว : ต้องเตรียมตัวหนักหน่อยนึงเนอะ เอกสารต้องมีจริงๆ เพราะดูเสี่ยงมากกว่าคนที่เคยไปต่างประเทศมาแล้ว   สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า “อย่ากังวล อย่าจิตตก อย่าแป่ว อ่านคนที่เขาติดเยอะๆ ไม่ช่วยอะไรนอกจากจะทำให้เรากลัวมากขึ้น" ทำใจไปเตรียมแพลนแล้ววางแผนเที่ยวดีกว่า สู้ๆจ้า

หมดแล้วจ้า ละเอียดยิบๆ ขนาดนี้หวังว่าจะช่วยได้มากกับคนที่ตั้งใจไปเที่ยวจริงๆนะคะ
 

1/15/2561

scope cafe คาเฟ่เรียบง่ายสไตล์มินิมอล IN HONGDAE

เราเชื่อว่าคนไทยหลายคนเวลาไปเที่ยวเกาหลี ต้องไปพักย่านฮงแดกันบ้างแหละ วันนี้เราเลยมาแนะนำอีกหนึ่งคาเฟ่ย่านฮงแดชื่อร้านว่า "scope cafe" คาเฟ่เรียบง่ายสไตล์มินิมอล ดีงามพระรามแปดกันไปเลยจ้า เหตุผลที่เราเลือกไปที่นี่เพราะว่าค้นเจอในอินเทอร์เน็ตเกาหลี แล้วชอบใจกับแพ็คเกจเมนูเครื่องดื่มของร้านมากๆ 🌵 ด้วยเหตุนี้เราก็เลยไม่พลาดที่จะเอารูปมาฝากเพื่อนๆ
วิธีการสั่งก็ไปยืนมองหน้าพนักงาน เอ๊ย ไปเลือกเมนูกันที่เคาท์เตอร์ค่ะ สำหรับที่เป็นขวดๆ แบบในรูปนี่มีเฉพาะเวลาสั่งกลับบ้านเท่านั้น แต่ว่าถ้าสมมติเราต้องการกินแบบขวด (เพื่อเอามาถ่ายรูป) ก็สามารถเดินไปหยิบได้ที่ตู้ที่เขาแช่ไว้เลยค่ะ และเขาเดินไปบอกเขาที่เคาท์เตอร์ว่าจะกินที่ร้าน + จ่ายเงินให้เรียบร้อย

สำหรับเมนูเครื่องดื่มถือว่าราคาไม่แรงมาก เริ่มต้นตั้งแต่ 4500 Won และเมนูให้เลือกระดับนึง ไม่เยอะมากมาย  นอกจากจะขายเครื่องดื่มของหวานแล้วยังขายสินค้าแบรนด์ของเขาเองด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า สินค้าแฟชั่นต่างๆ ชิคมาก

โดยร้านนี้ตั้งอยู่ mapo-gu ถิ่นฮงแดนั่นเอง การเดินทางไปง่ายมากๆ ฮงแดประตู 6 ค่ะ คลิกลิงค์นี้ได้โลด >: https://goo.gl/tQh71G

เวลาเปิด-ปิด : 12:00 - 20:00 ปิดวันจันทร์