3/08/2561

การสอบทดสอบระดับก่อนเข้าเรียนที่ยอนเซ! + ปฐมนิเทศ


เกริ่นกันสักหน่อยจากบทความก่อนๆ หน้านี้ ว่าเราจะไปเรียนภาษาที่ยอนเซ ตอนสมัครเรียนเราก็เลือกทดสอบระดับภาษาก่อน ค่อยให้เขาจัดให้ไปในคอร์สที่เหมาะสมค่ะ โดยการสอบเขาก็จะแจ้งเรามาว่าสอบวันไหน เมื่อไหร่อะไรยังไง ทางเมลหลังจากการจ่ายเงินเรียบร้อยค่ะ 

พอถึงวันสอบก็เดินไปที่ตึกก่อนเวลาสักหน่อยค่ะ เพราะเขาจะให้เข้าไปในห้องรวมก่อน ถึงจะประกาศห้องที่ต้องใช้ในการสอบจริงๆ  โดยการสอบแบ่งออกเป็นสองประเภท คือสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์  ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ห้องที่ใช้สอบมีคนประมาณ 10 คนค่ะ แซมก็แจกข้อสอบมาให้เขียนชื่อ และวันเกิด แล้วก็ลงมือทำค่ะ ระหว่างนั้นเขาจะก็เรียกไปสัมภาษณ์ทีละคนที่ห้องตรงข้าม



ว่าด้วยเรื่องข้อสอบ
ในส่วนของข้อสอบเขียนและกานั้น จะเริ่มตั้งแต่ระดับง่ายไปจนถึงยากค่ะ ข้อสอบมีทั้งหมด 100 กว่าข้อ ให้เวลาแค่ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งในระหว่างนั้นก็จะถูกเรียกสัมภาษณ์แบบทยอยกันไปเดี่ยวๆ ข้อสอบเป็นแบบเลือกช็อยส์และก็ถามตอบเป็นประโยค ข้อแรกๆ สำหรับคนที่เรียนหรือมีพื้นฐานมาแล้ว ก็ง่ายมากเลยค่ะ แบบตอบได้อย่างไว พอหลังๆ เริ่มไต่ระดับความยากไปเรื่อยๆ จนต้องเกาหัว หลังกว่านั้นก็จ้ำจี้มะเขือเปาะแปะแล้วค่ะ เอาจริง คือมันเลเวลสูงมาก เจอไปถึงขั้นสบถว่า “อะไรวะ!!” บางอันแปลคำถามออกแต่อันที่เป็นคำตอบไม่รู้ศัพท์ คือมันยากมากสำหรับเรา คือที่ใครทำได้หมดก็ไม่ต้องมาเรียนแล้วอะ เทพแล้ว 555555 

ในส่วนของการสอบสัมภาษณ์นั้น .. เข้าไปก็ทักทายสวัสดีตามธรรมเนียม เขาก็พูดขึ้นด้วยภาษาเกาหลีเลยค่ะ แล้วคำถามก็แล้วแต่คนโดนค่ะ ไม่มีฟิคตายตัว อย่างของเราก็ถามประมาณว่า มาจากไหน ทำไมเรียนภาษาเกาหลี  มาอยู่นี่ครอบครัวไม่เป็นห่วงหรอ ? แล้วทำไมเขาต้องเป็นห่วง (เอ้าาาาแกร๊) แล้วเป็นห่วงเขาทำยังไงหรอ เรียนแล้วจะเอาไปทำอะไร บลาๆ ประมาณ 10 นาทีก็เสร็จค่ะ อันนี้ไม่ยาก เหมือนแบบเขาพยายามถามตอบไปเรื่อยๆ เราก็ตอบจนได้นั่นแหละ (ง่ายกว่าข้อเขียนอีกเว้ย)


พอสัมภาษณ์เสร็จเข้าไปทำข้อเขียนที่เหลือ ณ ตอนนั้นแหละ มั่วแหลก เพราะมันไม่ได้แล้วจริงๆ พอเสร็จก็ลุกออกมาไปหาข้าวกินที่โรงอาหารม.ยอนเซค่ะ ดีงามพระรามแปด ไว้มารีวิวอีกรอบนะ (ทวงได้ 5555)


ปฐมนิเทศนักเรียน

พอสองวันต่อมาก็ปฐมนิเทศค่ะ ไม่ได้ห่างกับวันสอบวัดระดับเท่าไหร่ และที่สำคัญ !!!! ที่บอร์ดนางมีประกาศผลสอบวันก่อนแล้วจ้า  !!!! มีความไล่ดูตั้งแต่เลเวลหนึ่ง ปรากฏว่าเลเวลนี้ไม่มี กรี้ดแตกกก แต่ไปอยู่เลเวลสองแทนค่ะ (ก็ยังดี ลดค่าเทอมค่าหนังสือไปตั้งเดือนหนึ่งค่ะ) เย้เย้ !

ในส่วนตอนปฐมนิเทศนั้น ไม่มีอะไรมาก เขามีหนังสือขั้นตอนต่างๆ ให้ไว้หน้าห้องและเข้าไปในห้องประชุม ซึ่งความจริงแล้วในห้องประชุมไม่มีอะไรเลยค่ะ (ไม่ต้องไปก็ย่อมได้) เขาแค่พูดซ้ำเหมือนในหนังสือ ซึ่งค่อนข้างน่าเบื่อระดับนึง  ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงก็แยกย้ายค่ะ ส่วนของเรานั้นไปซื้อหนังสือค่ะ ซึ่งหนังสือแพงมากเวอร์ ราคา 90,000 วอนตีค่าไทยแล้วเกือบๆ สามพันบาท ขอหนีไปร้องไห้แปป 


หากมีอะไรสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่อีเมล alljourneys.havesecret@gmail.com และช่องทางการติดต่อที่แท็บบล็อกด้านบนนะคะ






2/06/2561

8 วิธีเตรียมรับมือกับความหนาวที่เกาหลี รอดไม่รอดมาดูกัน!

 หนาวใจจะขาดแล้วเอ้ยยยย!  หนาวจนทนไม่ไหว หลายคนถามเข้ามาว่า "หนาวแบบนี้ต้องเตรียมตัวยังไงคะ?"  วันนี้ "ทุกการเดินทางมีความลับ"​จะมาบอกเคล็ดลับต้านความหนาว มาดูกันว่า แต่งตัวยังไงให้เอาอยู่  รอดไม่รอดดูกันเลย!

1.  ลองจอน /ฮีทเทค
ถ้ามันหนาวมากๆ ควรใส่ลองจอนค่ะ รับรองจะช่วยให้เราอุ่นขึ้นอย่างมากมาย บางคนสงสัยลองจอนและฮีทเทคคืออะไร ลองจอนคือชุดที่สวมใส่ไว้ด้านในสำหรับกันอากาศหนาว ซึ่งจะสวมใส่ไว้ด้านใน(รองจากชุดชั้นใน) ค่ะ ทำให้เราอุ่นขึ้นมาระดับนึง


2. ถุงมือและถุงเท้า
ส่วนที่จะทำให้หนาวสุดๆ คือมือและเท้าค่ะ เพราะเป็นอวัยวะที่ค่อนข้างบาง การใส่ถุงมือจะช่วยให้เราอุ่นขึ้นแน่นอน ส่วนถุงเท้าแนะนำให้เลือกถุงเท้าหนาๆ แบบที่เป็นบุขน เลยข้อเท้าขึ้นมานะคะ


3. เสื้อไหมพรม คอเต่า
อยากจะแฟชั่นหน่อยๆ ก็เลือกเสื้อด้านในที่ใส่หลังลอนจอนเลยค่ะ จะเป็นเสื้อไหมพรมแบบอุ่นมากๆ หรือจะเป็นเสื้อคอเต่าก็ได้ค่ะ แต่ถ้าอยากจะอุ่นมากเป็นพิเศษแนะนำให้ใส่เสื้อคอเต่าจ้า เพราะจะช่วยกันหนาวช่วงคอเราได้อีกด้วย


4. mask 
หนาวจนจมูกแดง เคยมั้ยแบบลมพัดที หนาวสะท้าน หน้าตึงกันเลยทีเดียว การใส่แมทซ์จะช่วยกันลมระหว่างช่วงจมูกและปากได้ค่ะ อารมณ์แบบจมูกไม่แดง ปากไม่แห้งอะไรแบบนี้ แต่ใส่เฉพาะตอนเดินเล่นอะไรงี้พอน้า ถ้าจะถ่ายรูปค่อยถอดออก เพื่อความสวยงามค่ะ 

5.  อุปกรณ์เสริม 
ไม่ว่าจะเป็นหมวกไหมพรม  ที่ปิดหู หรือผ้าพันคอ อันนี้แล้วแต่สะดวกกันเลยค่ะ แต่คนส่วนใหญ่ก็ขอแค่มีผ้าพันคอก็อุ่นแล้วค่ะ เพราะคอเป็นส่วนที่หนาวมากๆ อารมณ์ประมาณว่าถ้าคออุ่นเราก็อุ่นไปทั้งตัวเลย


6. hot pack 
อบอุ่นแบบมีพร้อพเสริมต้องฮอทแพคค่ะ ซึ่งฮอทแพคเแบ่งได้เป็นทั้งแบบทรายและแบบแผ่นๆ ถ้าจะให้ดีแนะนำให้ซื้อแบบที่ติดไว้ตรงเท้าด้วยนะคะ มันจะทำให้อุ่นมากๆ เพราะส่วนใหญ่คนจะหนาวเท้ากันมากกว่า อันนี้หาซื้อได้ตามร้านมินิมาร์ทเกาหลีค่ะ 

7. ถือแก้วกาแฟร้อน
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นอกจากจะกิน และเป็นสิ่งสำคัญในการถ่ายรูปแอคอาร์ตๆ ได้แล้ว แก้วกาแฟร้อนเวลาถือนี่แหละจะช่วยให้เราหายหนาวได้ไปส่วนหนึ่ง ซึ่งใครที่ไปเกาหลีจะเห็นหลายคนถือแก้วกาแฟซะส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะคนโสด) เพราะถ้าคนมีคู่เขาก็จะเอามือซุกกระเป๋ากันและกันอะเนอะ 


8. แพดดิ้งกันหนาว 
คนเกาหลีนิยมใส่แพดดิ้งค่ะ ใครงงๆ ว่าแพดดิ้งคืออะไร คือชุดกันหนาวแบบกันลมด้วยค่ะ ที่ดูๆ แล้วคล้ายมิชลีน แต่เขาคอนเฟิร์มกันเลยว่า อุ่นมากๆ ใส่แล้ว



1/25/2561

Haedong Yonggungsa Temple วัดสวยริมทะเลปูซาน

วันนี้ "ทุกการเดินทางมีความลับ" จะพาไปเที่ยววัดค่ะ วัดที่ว่าไม่ใช่วัดที่น่าเบื่อเลย เพราะมีวิวธรรมชาติสวยงาม และเป็นแลนด์มาร์คที๋โด่งดังในการดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ปูซานอีกด้วยค่ะ เมื่อไปแล้วบอกเลยจะหลงเสน่ห์สุดๆ ซึ่งวัดนั้นได้แก่ Haedong Yonggungsa Temple นั่นเอง 
ก่อนที่เราจะเดินไปถึงวัดจะต้องผ่านถ้ำและบันไดหลากหลายขั้นเพื่อนำไปสู่ความสวยงามทางสายตา วัดนี้เป็นวัดที่โดดเด่นมาก ๆ ทางพระพุทธศาสนา และมีสถาปัตยกรรมที่งามเลิศค่ะ



มีหลายมุมให้แชะภาพสวยๆ กันเลยค่ะ สำหรับคนจะเข้าไปสักการะ  จะบอกว่ามาที่นี่ทัวร์คนไทยก็เยอะมากเช่นกันนะคะ 
แต่ถ้าหากใครอยากดูความงามแบบเต็มตาเห็นแบบรวบหมด ที่นี่ก็จะมีทางให้เดินมายังอีกฝั่งนึงเพื่อไปเก็บภาพสวยๆ จากไกลตาแต่จะบอกว่า มุมนี้แหละคือไฮไลท์สุดๆ 


เนื่องจากวัดอยู่ริมทะเล มีเทือกเขาปะปราย เลยทำให้มีเสน่ห์ยิ่งเข้าไปอีก  หากใครที่อยากเดินทางมาสามารถขึ้น KTX จากสถานี Seoul ลงที่สถานี Busan ต่อด้วย ขึ้นรถเมล์สาย 1003 (สีแดง) -> Yeongnam apartmenและต่อรถเมล์สาย 100 (สีเขียว) -> ลงสถานี Yonggungsa National Fisheries College  เดินเข้าไปจนถึงวัด Haedong  (มีป้ายบอกค่ะ)